เครื่องไล่นกอุปกรณ์ไล่นก ป้องกันนก อุปกรณ์ ไล่ นกไม่ให้เข้ามาสร้างความสกปรก ไล่นก บริษัท ไล่ นก ไม่ได้ผล ไม่เก็บเงินเครื่องไล่นกระบบไฟฟ้า BIRD PROTECT เป็นวิธีการไล่นกที่ได้ผลแน่นอน 100% และมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน 5-10 ปี ง่ายต่อการดูแลรักษาไล่นก พิราบอย่างได้ผล 100% ด้วยเครื่องไล่นกระบบไฟฟ้า BIRD PROTECTจำหน่ายและให้บริการติดตั้ง เครื่องไล่นกบริการ เครื่องไล่นกระบบไฟฟ้า BIRD PROTECT และเจ ล ไล่ นกชนิดมีเส้นใย รวมถึงการ กำจัดนก เพื่อแก้ไขและป้องกันปัญหาต่างๆ เครื่องและอุปกรณ์เครื่องไล่นก เครื่องไล่นกพิราบ เครื่องไล่นกกระจอก เครื่อง ไล่ นก พิราบ ไล่นกพิราบ ไล่นกกระจอก ด้วยเครื่อง ไล่ นก พิราบเครื่องไล่นกกระจอก เป็นเครื่องไล่นกระบบไฟฟ้า เครื่อง ไล่ นก พิราบไล่นกได้ถาวรได้ผล100%

www.bird-protect.com

เครื่องไล่นกระบบไฟฟ้า BIRD PROTECT

ไล่นก ได้ผล 100% จำหน่ายและให้บริการติดตั้ง

ไม่เป็นอันตรายต่อคน หรือสัตว์เลี้ยง ไม่ทำให้นกตาย รับประกันผลการใช้งาน

หากติดตั้งเครื่องแล้วไม่ได้ผล นกยังคงเข้ามาในบริเวณที่ติดตั้งเหมือนเดิม บริษัทฯ ไม่เรียกเก็บค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น รับประกัน 1 ปี

เราคือผู้เชี่ยวชาญเรื่องการไล่นก โทรหาเราได้เลยคะ๊

คุณ พีรญา หิรัญชัย (086) 314-3846, (02) 552-5310

pic1 ไล่นก

เครื่องไล่นกระบบไฟฟ้า BIRD PROTECT

คือการนำระบบไฟฟ้ามาใช้ในการไล่นก เนื่องจากไม่มีสิ่งมีชีวิตใดจะปรับตัวจากการถูกไฟฟ้าช๊อตได้ เป็น วิธีการไล่นกที่ได้ผลแน่นอน 100% และมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน 5-10 ปี ง่ายต่อการดูแลรักษา ไม่ต้องเสียเวลาและงบประมาณในการดูแล ไม่เป็นอันตรายต่อคน หรือสัตว์เลี้ยง ไม่ทำให้นกตาย

รับประกันผลการใช้งาน

ติดตั้งเครื่อง แล้ว ไม่ต้องชำระเงินทันที ดูผลการทำงานของเครื่องก่อน หากไม่ได้ผลเลย ยังคงมีนกเข้ามาในบริเวณที่ติดตั้งเหมือนเดิม บริษัทฯ ไม่เรียกเก็บค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น

  • มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน 5-10 ปี

  • ง่ายต่อการดูแลรักษา ไม่ต้องเสียเวลาและ ประหยัดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา

  • ผ่านการทดสอบความปลอดภัยแล้วว่าไม่เป็นอันตรายต่อคน, เครื่องจักรในโรงงาน, ระบบไฟฟ้าอาคาร

  • ไม่ทำให้นกตาย

  • รับประกัน 1 ปี

บริษัท ทวิธาดา จำกัด ผู้นำอันดับ 1 ในเทคโนโลยีการไล่นกชนิดถาวร ให้คำปรึกษา, จำหน่าย และให้บริการติดตั้งเครื่องไล่นกระบบไฟฟ้า และ เจลไล่นก Bird to Fly สามารถใช้ได้กับบ้าน อาคาร โรงงาน วัด และสถานที่อื่นๆ ที่นกชอบมาเกาะ, ทำรัง สร้างความสกปรก มีกลิ่นสาบ สร้างความรำคาญ และเป็นพาหะนำโรคต่างๆ เช่น ไข้หวัดนก, ไข้สมองอักเสบ ฯลฯ

รับให้คำปรึกษา และ แก้ปัญหาเกี๋ยวกับการไล่นก ในโรงงานอุตสาหกรรมอาคาร, โรงงาน, วัด, บ้าน ได้ผล100%?? ไม่ต้องชำระเงินก่อน ติดตั้งแล้วดูผลงาน หากไม่ได้ผล ไม่เก็บเงิน

?ทวิธาดา? ผู้คิดค้นวิธีการนำระบบไฟฟ้ามาใช้ในการไล่นกให้ได้ผลอย่างถาวรด้วย เครื่องไล่นกระบบไฟฟ้า BIRD PROTECT แห่งแรกในประเทศไทย*

เราคือผู้เชี่ยวชาญเรื่องการไล่นก โทรหาเราได้เลยคะ๊

คุณ พีรญา หิรัญชัย (086) 314-3846, (02) 552-5310

twiethada 1 2 ไล่นกs3010124 ไล่นก

%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A11 ไล่นก

%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A12 ไล่นก

คุณสมบัติที่โดดเ่ด่นของเครื่องไล่นกระบบไฟฟ้า

ได้รับการ ออกแบบมาเพื่อใช้ในการไล่นกโดยตรง โดยใช้การแปลงไฟฟ้ากระแสสลับ แรงดัน 220 V. (กระแสไฟฟ้าทั่วไป) ให้เป็น ระบบไฟฟ้ากระแสสลับที่มีแรงดันไฟฟ้าสูง 8,000 โวลท์ แต่มีความถี่ของกระแสไฟฟ้าที่ต่ำประมาณ 5 มิลลิแอมป์ โดยจ่ายกระแสไฟฟ้า ไปตามเส้นลวดนำกระแสไฟฟ้า ที่นำมาใช้สำหรับป้องกันนก เมื่อนกเข้าใกล้บริเวณแนวเส้นลวดจะรู้สึกไม่สบายตัว เนื่องจากในบริเวณแนวเส้นลวดจะมีสนามพลังแม่เหล็กไฟฟ้า แต่ถ้านกยังดื้อที่จะเข้าไปเมื่อสัมผัสกับแนวเส้นลวด จะถูกไฟฟ้าช็อตเป็นเวลาสั้นๆ แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้เกิดความรู้สึกเจ็บเล็กน้อย เหมือนถูกหนังสติ๊กดีด และนกจะตกใจ และบินหนีไปเท่านั้น ไม่ได้ทำให้ถึงตาย เนื่องจากปริมาณพลังงานไฟฟ้าที่ไหลเข้าร่างกายมีไม่มาก ดังนั้นไม่ว่านก, คน หรือสัตว์เลี้ยงที่ไปสัมผัสกับแนวเส้นลวดจะไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต ซึ่งต่างจากไฟฟ้ากระแสสลับในบ้าน ซึ่งมีแรงเคลื่อนเพียง 220 โวลท์ แต่กระแสไฟฟ้าจะไหลตลอดเวลา ดังนั้นเมื่อสัมผัสถูกร่างกาย (ไฟฟ้าดูด) ร่างกายก็จะได้รับพลังงานไฟฟ้าเข้าไปมากจึงทำให้ถึง ตายได้

ภาพการติัดตั้งเครื่องไล่นกระบบไฟฟ้า

เส้นสีแดงใช้แสดงแทนการวางลวดระบบไฟฟ้า เนื่องจากเส้นลวดมีขนาดเล็ก ทำให้ไม่สามารถสังเกตุเห็นได้

%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%81 ไล่นก

ราคาเครื่องไล่นกระบบไฟฟ้า BIRD PROTECT

สำหรับพื้นที่ติดตั้งที่มีความสูงไม่เกิน 10 เมตร ราคา 650 บาท/ตรม.


สำหรับพื้นที่ติดตั้งที่มีความสูงเกิน 11 เมตร ขึ้นไป ราคา 700 บาท/ตรม.

ระบบความปลอดภัยของเครื่องไล่นกระบบไฟฟ้า

ระบบไฟฟ้าไล่นกยี่ห้ออื่น

เครื่องไล่นกระบบไฟฟ้า BIRD PROTECT

ผลิตไฟฟ้าแรงดันสูง 3.5-9.0 กิโลโวลต์ (1,500-9,000 โวลท์) กระแสต่ำ ปรับได้ตั้งแต่ 10-200 มิลลิแอมป์?ควบคุมการทำงานด้วยเบรคเกอร์ระบบ RCD ที่ใช้กับผลิตภัณฑ์เซฟทีคัท ตั้งค่าป้องกันกระแสไฟฟ้ารั่วไว้ที่ 15 มิลลิแอมป์

ใช้เบรคเกอร์จับสัญญาณไฟฟ้าผิดปกติที่ 15 มิลลิแอมป์ แต่ความถี่กระแสไฟฟ้าสามารถใช้แล้วไม่เกิดอันตรายนั้น ไม่ควรเกิน 5 มิลลิแอมป์ ดังนั้นถ้าเกิดกรณีไฟฟ้ารั่วที่ความถี่ 5 มิลลิแอมป์ เบรคเกอร์จะตรวจจับสัญญาณไม่ได้ จึงทำให้เบรคเกอร์ไม่ตัดการทำงาน เมื่อกระแสไฟฟ้ารั่ว ทำให้ไฟฟ้าสามารถรั่วลงเครื่องจักรได้

ที่สำคัญคือ เมื่อเบรกเกอร์ไม่สามารถจับสัญญาณไฟฟ้าความถี่ต่ำกว่า 15 มิลลิแอมป์ ได้ และไม่ตัดไฟ จึงอาจเป็นสาเหตุให้เกิดเพลิงไหม้ได้ เช่นกัน

แม้ความถี่กระแสไฟฟ้าจะมีเพียง 5 มิลลิแอมป์ แต่ก็เพียงพอที่จะสร้างความเสียหายให้กับเครื่องจักรได้เช่นกัน

v แปลงกระแสไฟฟ้าทั่วไป 220 โวลท์ ให้เป็นไฟฟ้า

(ไฟAC)ที่มีแรงดันสูงประมาณ 8,000 โวลท์ แต่ความถี่กระแสไฟฟ้าที่ต่ำเพียง 5 มิลลิแอมป์ โดยจะทำการตัด – ปล่อยกระแสไฟฟ้า ทุกๆ 0.5 วินาที

v ตั้งเวลาการทำงานได้ 24 ชม. หรือตามเวลาที่ต้องการ

v ต่อสายกราวด์เพื่อป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร โดยแยกจากสายกราวด์ (สายดิน) ของอาคาร เพื่อป้องกันการรบกวนระบบไฟฟ้าของอาคาร

ใช้เซ็นเซอร์ 2 ตัว ตรวจจับสัญญาณการทำงานที่ผิดปกติซึ่งอาจจะมาจากการจ่ายระบบไฟฟ้ารั่ว (ไฟลงกราวด์) หรือลวดนำไฟฟ้าขาดที่จุดใดจุดหนึ่ง ติดตั้งเบรคเกอร์อิเล็คโทรนิคที่มีความไวกว่าเบรคเกอร์ที่เครื่องยี่ห้ออื่นใช้อยู่ถึง 4,000 เท่าพื่อใช้ในการตรวจจับสัญญาณการทำงานที่ผิดปกติของเครื่อง เนื่องจาก ความถี่ของกระแส กระแสไฟฟ้าที่ใช้อยู่นั้นต่ำเพียง 5 มิลลิแอมป์เท่านั้น การใช้เบรคเกอร์ตัดไฟฟ้าทั่วๆไปที่มีขายอยู่ เช่น เซฟทีคัท จะไม่สามารถตรวจจับสัญญาณไฟฟ้าที่ผิดปกติ

ระบบนี้เหมาะกับโรงงานที่มีเครื่องจักรที่ระบบการทำงานภายในเครื่องมีความละเอียดสูง และต้องการความปลอดภัยสูง

ข้อคิดเห็น

เครื่องไล่นกระบบไฟฟ้า ควรมีระบบป้องกันความเสียหายจากไฟฟ้ารั่ว ที่มีคุณภาพ, ความไว และความละเอียดต่อความผิดปกติของเครื่องที่ค่อนข้างสูง เพื่อป้องกันความเสียหายจากไฟฟ้าที่มีแรงดันสูงถึง 8,000 V. รั่วเข้าสู่วงจรการทำงานของเครื่องจักร และระบบ Residual current device ไม่สามารถป้องกันได้ เนื่องจากความถี่กระแสไฟฟ้าขาออกที่ต่ำกว่า 30 mA เบรกเกอร์จะไม่สามารถตรวจจับการทำงานที่ผิดปกติได้ แต่ก็มากเพียงพอที่จะทำให้วงจรอีเล็คโทรนิคที่ควบคุมเครื่องจักรเสียหายได้ เพราะหากมีกระแสไฟฟ้ารั่วเข้าสู่เครื่องจักรได้ผลที่ตามมามิใช่เพียงเครื่องจักรที่เสียหายเท่านั้น แต่รวมถึงการผลิตต่างๆจะต้องหยุด หรือหากมีประกายไฟจากไฟลงกราวด์ก็อาจเป็นสาเหตุให้เกิดเพลิงไหม้ได้ ดังนั้นความเสียหายจึงมิอาจประเมินค่าได้

เราคือผู้เชี่ยวชาญเรื่องการไล่นก โทรหาเราได้เลยคะ๊

คุณ พีรญา หิรัญชัย

Tel. (086) 314-3846, (02) 552-5310

*

บริษัท ทวิธาดา จำกัด

40/339 หมู่3 หมู่บ้านทิมเรืองเวช ซ.พหลโยธิน 48

แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ 10220

Tel: 02-552-5310, 089-108-8738 หรือ 086-314-3846

Fax: 02-551-1461

Email: salestwiethada@gmail.com

http://www.bird-protect.com

อันตรายของไฟฟ้าต่อร่างกายมนุษย์

ตามปกติแล้วไฟฟ้าจะไหลไปตามเส้นลวดที่เป็นตัวนำไฟฟ้าแล้วจะไหลติดต่อกันไปจนครบวงจร? และถ้าหากส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายไปแตะหรือสัมผัสเข้ากับวงจรไฟฟ้าทำให้ไฟฟ้าไหลผ่านได้ และร่างกายเราก็จะเป็นส่วนหนึ่งของวงจรไฟฟ้า ทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายหรือบาดเจ็บถึงชีวิตได้ ซึ่งกระแสไฟฟ้าเพียงแค่ 10 mA หรือแรงดันไฟฟ้า 25 V ก็อาจทำให้เป็นอันตรายต่อชีวิต

ค่าความต้านทานของร่างกายมนุษย์จะมีค่าประมาณ 10,000 โอห์ม ถึง 50,000 โอห์ม

กระแสไฟฟ้าไหลเกิน(Over Current)

กระแสไฟฟ้าไหลเกิน หมายถึง สภาวะของกระแสที่ไหลผ่านตัวนำจนเกินพิกัดที่กำหนไว้?เกิดได้ 2 ลักษณะคือ

1. โหลดเกิน (Over Load) หมายถึงกระแสไหลในวงจรปกติแต่นำอุปกรณ์ที่กินกำลังไฟสูงหลาย ๆ ชุดมาต่อในจุดเดียวกัน ทำให้กระแสไหลรวมกันเกินกว่าที่จะทนรับภาระของโหลด

2. การลัดวงจร (Short Circuit) หรือไฟฟ้าช็อต เกิดจากฉนวนชำรุด ทำให้สายที่มีไฟ (Line) และสายดิน (Ground) สัมผัสถึงกัน มีผลทำให้เกิดความร้อน ฉนวนที่ห่อหุ้มลวดตัวนำจะลุกไหม้ในที่สุด

อันตรายของวงจรไฟฟ้ามีองค์ประกอบ 3 อย่าง

1. กระแสไฟฟ้า คือ จำนวนกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านร่างกาย ถ้ากระแสไฟฟ้าต่ำก็เป็นอันตรายน้อย แต่ถ้ากระแสไฟฟ้าสูงขึ้นก็เป็นอันตรายมากขึ้น จนถึงระดับหนึ่งอาจจะเสียชีวิตได้

2. แรงเคลื่อนไฟฟ้า คือ จำนวนแรงเคลื่อนไฟฟ้า ถ้าแรงเคลื่อนไฟฟ้าต่ำก็เป็นอันตรายน้อย แต่ถ้าแรงเคลื่อนไฟฟ้าสูงขึ้นก็เป็นอันตรายมากขึ้น จนถึงระดับหนึ่งอาจจะเสียชีวิตได้

3. ความต้านทานของร่างกายของผู้กระแสไฟฟ้าไหลผ่าน คือ ความต้านทานร่างกายของคนเราจะแตกต่างกันไป เช่นผิวหนังที่มีความชื้นมีความต้านทานต่ำกระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้ง่าย แต่ถ้าผิวหนังหยาบความต้านทานจะสูง กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้ยาก

อันตรายที่เกิดจากไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

1. การช็อก คือ จากการที่มีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านร่างกายทำให้เกิดอาการกระตุ้นบริเวณกล้ามเนื้ออย่างรุนแรงโดยเฉพาะบริเวณเส้นประสาทจะขึ้นอยู่กับปริมาณกระแสที่ร่างกายได้รับ

2. แผลไหม้ คือ การเกิดกระแสไฟฟ้าปริมาณมากๆ ไหลผ่านร่างกาย เมื่อร่างกายไปสัมผัสกับตัวนำไฟฟ้าความร้อนปริมาณมากๆที่เกิดการลัดวงจรทำให้เกิดแผลไหม้แก่ผู้ทำการ

3.การระเบิด คือ การเกิดประกายไฟขึ้นไปทำให้ก๊าซที่จุดติดไฟได้ง่ายเกิดจุดติดไฟขึ้นมา

4.การบาดเจ็บที่ดวงตา คือ การที่สายตากระทบถูกแสงอุลตร้าไวโอเล็ตหรือแสงเลเซอร์ ที่มีความเข้มข้นสูงดังนั้นการทำงานควรสวมแว่นตาที่กรองแสงได้เป็นพิเศษ

5.การบาดเจ็บของร่างกาย คือ การที่ได้รับคลื่นไมโครเวฟและจากอุปกรณ์กำเนิดสัญญาณความถี่วิทยุ สามารถทำอันตรายมนุษย์ได้โดยเฉพาะบริเวณที่มีปริมาณเลือดน้อย

ตารางแสดงผลกระทบที่มีต่อร่างกายมนุษย์ เมื่อถูกกระแสไฟฟ้าดูด
ปริมาณกระแสไฟฟ้า ผลกระทบที่มีต่อร่างกาย
1 mA หรือ น้อยกว่า ไม่มีผลกระทบต่อร่างกาย
มากกว่า 5 mA ทำให้เกิดการช็อก และเกิดความเจ็บปวด
มากกว่า 15 mA กล้ามเนื้อบริเวณที่ถูกกระแสไฟฟ้าดูดเกิดการหดตัว และร่างกายจะเกิดอาการเกร็ง
มากกว่า 15 mA กล้ามเนื้อบริเวณที่ถูกกระแสไฟฟ้าดูดเกิดการหดตัว และร่างกายจะเกิดอาการเกร็ง
มากกว่า 30 mA การหายใจติดขัด และสามารถทำให้หมดสติได้
50 ถึง 200 mA ขาดเลือดไปเลี้ยงหัวใจ และอาจจะเสียชีวิตได้ภายในเวลาไม่กี่วินาที
มากกว่า 200 mA เกิดการไหม้บริเวณผิวหนังที่ถูกกระแสไฟฟ้าดูด และหัวใจจะหยุดเต้นภายในเวลาไม่กี่วินาที
ตั้งแต่ 1A ขึ้นไป ผิวหนังบริเวณที่ถูกกระแสไฟฟ้าดูดถูกทำลายอย่างถาวร และหัวใจจะหยุดเต้นภายในเวลาไม่กี่วินาที

1.2 การปฏิบัติทางด้านไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่ปลอดภัย

1. ควรคำนึงถึงกฎแห่งความปลอดภัยขณะทำงานหรือซ่อมบำรุงเครื่องใช้และอุปกรณ์ไฟฟ้าและ อิเล็กทรอนิกส์ทุกครั้ง และอย่าทำงานด้วยความประมาท
2. ก่อนการปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ให้ถือว่าอุปกรณ์ไฟฟ้าเหล่านั้นมีไฟฟ้าจ่ายอยู่ ต้องตรวจสอบจนแน่ใจว่าไม่มีไฟฟ้าจ่ายให้อุปกรณ์ไฟฟ้าแล้ว

3.?จะปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าเรื่องใด ต้องมีความรู้ความข้าใจในเรื่องนั้นก่อนการปฏิบัติงาน หรือถ้าไม่รู้ไม่เข้าใจควรสอบถามผู้รู้ และให้ผู้รู้เป็นผู้กระทำ

4. อุปกรณ์และเครื่องมือที่ใช้ในการปฏิบัติงาน หากมีส่วนชำรุดหรือไม่สมบูรณ์ไม่ควรนำมาใช้งาน

5.?อย่าปฏิบัติงานเมื่อรู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อย หรือรับประทานยาทำให้ง่วงนอน

6.?อย่าปฏิบัติงานในขณะมือเปียก? หรือยืนอยู่บนพื้นที่เปียกน้ำ

7.?ถ้าจำเป็นต้องปฏิบัติงานในที่มีคนพลุกพล่าน? หรือมีการปฏิบัติงานอื่นๆ ร่วมด้วยต้องแขวนป้ายหรือเขียนป้ายแสดงการงดใช้ไฟฟ้าไว้ให้มองเห็นชัดเจนทุกครั้งก่อนเริ่มการปฏิบัติงาน

8.??? ถ้าจำเป็นต้องปฏิบัติงานในที่ ๆ ไม่สามารถตัดไฟออกได้ ต้องกั้นบริเวณหรือป้องกันไม่ให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าใกล้ได้

  1. การปฏิบัติงานถ้ามีการละงานไปชั่วคราว เช่น พักเที่ยง เมื่อกลับมาปฏิบัติงานต่อต้องตรวจสอบสวิตซ์ตัดตอน สะพานไฟ ตลอดจนเครื่องหมายต่างๆ ที่ทำไว้ต้องอยู่ในสภาพเดิม ก่อนปฏิบัติงานต่อไป

10.? การปฏิบัติงานแต่ละครั้งควรมีผู้ร่วมปฏิบัติงานด้วยอย้างน้อย 2 คน

11.? การปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าแรงสูง ควรใช้เครืองช่วยป้องกันไฟฟ้าให้มากขึ้นกว่ปกติ? เช่น? ใช้เสื่อยางฉนวนปูพื้น สวมถึงมือฉนวน และปลอกแขนฉนวน เป็นต้น ก่อนการปฏิบัติงานทุกครั้ง

1.3 การช่วยเหลือผู้ประสบภัยอันตรายจากไฟฟ้าดูด

การช่วยเหลือผู้ประสบอันตรายจากไฟฟ้านับเป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญอย่างยิ่งที่ตัองการกระทำอย่างถูกวิธี? ทำด้วยความรวดเร็ว? รอบคอบ และระมัดระวัง? เพื่อให้ผู้ประสบอันตรายมีโอกาสรอดพ้นจากอันตรายขั้นร้ายแรง? และผู้ให้ความช่วยเหลือมีความปลอดภัยไม่เกิดอันตรายตามไปด้วย? ต้องรู้จักวิธีที่ถูกต้องในการช่วยเหลือดังนี้

1. อย่าใช้มือเปล่าแตะต้องตัวผู้ที่กำลังติดอยู่กับสายไฟฟ้า หรือตัวนำไฟฟ้าที่มีกระแสไหลผ่าน เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ให้ความช่วยเหลือเกิดอันตรายไปอีกคน

2.?รับหาทางตัดทางเดินของไฟฟ้าก่อน โดยถอดปลั๊ก, ตัดสวิตซ์ตัดวงจรอัตโนมัติ?หรือสวิตช์ประธาน ถ้าทำไม่ได้ให้ใช้วัตถุที่ไม่เป็นสื่อไฟฟ้า?เช่น ผ้า เชือก สายยาง ไม้แห้ง หรือพลาสติกที่แห้งสนิท เขี่ยสายไฟฟ้าให้หลุดออกจากตัวผู้ประสบอันตราย หรือลากตัวผู้ประสบอันตรายให้พ้นจากสิ่งที่มีไฟฟ้า

3. เมื่อไม่สามารถทำวิธีอื่นใดได้แล้ว ให้ใช้มีด ขวาน หรือของมีคมที่มีด้ามไม้หรือด้ามที่เป็นฉนวน ฟันสายไฟฟ้าให้ขาดหลุดออกจากผู้ประสบภัยโดยเร็วที่สุด และต้องแน่ใจว่าสามารถทำได้ด้วยความปลอดภัย

4.? อย่าลงไปในน้ำ ในกรณีที่มีกระแสอยู่ในบริเวณที่มีน้ำขัง ให้หาทางเขี่ยสายไฟฟ้าออกไปให้พ้นน้ำ หรือตัดกระแสออกก่อนจะลงไปช่วยผู้ประสบอันตรายที่อยู่ในบริเวณนั้น

5. หากเป็นสายไฟฟ้าแรงสูงให้พยายามหลีกเลี่ยง แล้วรีบแจ้งการไฟฟ้าที่รับผิดชอบโดยเร็วที่สุด

image001 ไล่นก image002 ไล่นก
การรั่วไหลลงสู่ดินรูปที่ แสดงการรั่วไหลผ่านโครงอุปกรณ์
image003 ไล่นก image004 ไล่นก
ไม่ควรซ่อมและแก้ไขอุปกรณ์ไฟฟ้าถ้า
ไม่มีความรู้
ตัดกระแสไฟฟ้าก่อนลงมือซ่อม
image005 ไล่นก image006 ไล่นก
ถอดเต้าเสียบออกเมื่อเลิกใช้งาน อย่าให้เด็กเล่นเครื่องใช้ไฟฟ้า-อิเล็กทรอนิกส์
image007 ไล่นก image008 ไล่นก
ควรจัดให้มีการตรวจสอบสายไฟฟ้า เปลี่ยนเต้ารับและเต้าเสียบที่ชำรุด
image009 ไล่นก image010 ไล่นก
ใส่ฟิวส์ให้ถูกขนาดและเหมาะสม แสดงการถอดเต้าเสียบผิดวิธี
image011 ไล่นก image012 ไล่นก
ใช้ผ้าหรือกระดาษพลางหลอด
ไฟอาจเกิดอัคคีภัยได้
ไม่ควรวางของหนักกดทับสายไฟฟ้า
image013 ไล่นก image014 ไล่นก
สายไฟฟ้าขาดอย่าจับต้องให้แจ้งการไฟฟ้า ไม่ควรเล่นว่าวในบริเวณที่มีสายไฟฟ้า
image015 ไล่นก
ไม่ควรตั้งเสาโทรทัศน์หรือเสาอากาศวิทยุบริเวณที่มีสายไฟฟ้าแรงสูง

1.3 การช่วยเหลือผู้ประสบภัยอันตรายจากไฟฟ้าดูด

การช่วยเหลือผู้ประสบอันตรายจากไฟฟ้านับเป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญอย่างยิ่งที่ตัองการกระทำอย่างถูกวิธี? ทำด้วยความรวดเร็ว? รอบคอบ และระมัดระวัง? เพื่อให้ผู้ประสบอันตรายมีโอกาสรอดพ้นจากอันตรายขั้นร้ายแรง? และผู้ให้ความช่วยเหลือมีความปลอดภัยไม่เกิดอันตรายตามไปด้วย? ต้องรู้จักวิธีที่ถูกต้องในการช่วยเหลือดังนี้

1.? อย่าใช้มือเปล่าแตะต้องตัวผู้ที่กำลังติดอยู่กับสายไฟฟ้า หรือตัวนำไฟฟ้าที่มีกระแสไหลผ่าน เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ให้ความช่วยเหลือเกิดอันตรายไปอีกคน

2.? รีบหาทางตัดทางเดินของไฟฟ้าก่อน โดยถอดปลั๊ก, ตัดสวิตซ์ตัดวงจรอัตโนมัติ?หรือสวิตช์ประธาน ถ้าทำไม่ได้ให้ใช้วัตถุที่ไม่เป็นสื่อไฟฟ้า เช่น ผ้า เชือก สายยาง ไม้แห้ง หรือพลาสติกที่แห้งสนิท เขี่ยสายไฟฟ้าให้หลุดออกจากตัวผู้ประสบอันตราย หรือลากตัวผู้ประสบอันตรายให้พ้นจากสิ่งที่มีไฟฟ้า แสดงดังรูปที่ 1.3

image016 ไล่นก

3.? เมื่อไม่สามารถทำวิธีอื่นใดได้แล้ว ให้ใช้มีด ขวาน หรือของมีคมที่มีด้ามไม้หรือด้ามที่เป็นฉนวน ฟันสายไฟฟ้าให้ขาดหลุดออกจากผู้ประสบภัยโดยเร็วที่สุด และต้องแน่ใจว่าสามารถทำได้ด้วยความปลอดภัย

4.? อย่าลงไปในน้ำ ในกรณีที่มีกระแสอยู่ในบริเวณที่มีน้ำขัง ให้หาทางเขี่ยสายไฟฟ้าออกไปให้พ้นน้ำ หรือตัดกระแสออกก่อนจะลงไปช่วยผู้ประสบอันตรายที่อยู่ในบริเวณนั้น

5.? หากเป็นสายไฟฟ้าแรงสูงให้พยายามหลีกเลี่ยง แล้วรีบแจ้งการไฟฟ้าที่รับผิดชอบโดยเร็วที่สุด

1.4?การปฐมพยาบาลผู้ถูกไฟฟ้าดูด

1. การปฐมพยาบาลด้วยการผายปอดด้วยวิธีปากต่อปาก
ขั้นที่1 วางผู้เคราะห์ร้ายให้อยู่ในแนวราบ แต่ถ้าอยู่บริเวณพื้นที่ลาดชันวางส่วนที่เป็นกระเพาะอาหารให้อยู่ต่ำกว่าบริเวณหน้าอกเล็กน้อย

image017 ไล่นก

ขั้นที่2 ตรวจบริเวณช่องปากตลอดจนลำคอว่าไม่มีสิ่งใดๆกีดขวางทางเดินหายใจ

image018 ไล่นก

ขั้นที่3 จับศีรษะของผู้เคราะห์ร้ายเอียงไปทางด้านหลังมากที่สุด โดยให้คางเงยขึ้นมาและจัดลำคอให้อยู่ในแนวตรงเพื่อให้อากาศไหลผ่านได้สะดวก

ขั้นที่4 ปิดจมูกของผู้เคราะห์ร้ายด้วยหัวแม่มือและนิ้วชี้อีกข้างหนึ่งส่วนมืออีกข้างช่วยเปิดปากให้กว้าง จากนั้นประกบปากให้แนบสนิทและเป่าลมเข้าไป
image019 ไล่นก

ขั้นที่5 หลังจากเป่าลมหายใจเข้าไปแล้ว สังเกตการณ์เคลื่อนตัวบริเวณหน้าอกและสุดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อทำการเป่าลมหายใจอีกครั้ง

ขั้นที่6 ถ้าหน้าอกของผู้เคราะห์ร้ายไม่เคลื่อนไหวให้ตรวจดูลำคอ และทำการผายปอดใหม่

2. การปฐมพยาบาลด้วยวิธีนวดหัวใจ

ขั้นที่1 นำผู้เคราะห์ร้ายวางราบไปกับพื้นโต๊ะ โดยศีรษะแหงนขึ้นลำคอยืดตรง

ขั้นที่2 ตรวจสอบสิ่งต่างๆที่ติดค้างอยู่ในช่องปาก ทั้งนี้เพื่อไม่ให้กีดขวางทางเดินหายใจ

image019 ไล่นก

ขั้นที่3 คุกเข่าลงบริเวณด้านข้างลำตัวของผู้เคราะห์ร้าย จากนั้นวางสันมือทั้งสองให้ซ้อนทับกันบนหน้าอก เหยียดแขนตรงจากนั้นกดสันมือลงไปโดยกดทรวงอกผู้ป่วยยุบลงประมา 1 นิ้ว เป็นจังหวะๆ ประมาณ 60 ครั้งต่อนาที

image020 ไล่นก

ขั้นที่4 ขณะที่ส่งโรงพยาบาลให้นวดหัวใจต่อไปเรื่อยๆจนกระทั่งการเต้นของหัวใจกลับมาเป็นปกติหรือเมื่อได้รับการช่วยเหลือจากแพทย์แล้ว

image021 ไล่นก

แหล่งที่มาของข้อมูล

http://www.rmutphysics.com/charud/scibook/electric4/bottee1.htm

Did you like this? Share it: